วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

5 มิถุนายน วันสิ่งแวดล้อมโลก
 

ในวันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีนั้น เป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก ซึ่งเป็นวันที่เราควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อสภาพแวดล้อมของเราที่ย่ำแย่ลงทุก วัน สังเกตได้จากปรากฏการณ์ต่างๆ ทั้งหิมะขั้วโลกเหนือละลาย น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรืออากาศร้อนขึ้น ซึ่งผลเหล่านี้ล้วนมาจากการมนุษย์ที่เป็นคนทำลายธรรมชาติ ทำลายสิ่งแวดล้อมดีๆ นั่นเอง ทำให้หน่วยงานของโลกจัดตั้งวันสิ่งแวดล้อมโลกขึ้น

          สำหรับ จุดเริ่มต้นของวันสิ่งแวดล้อมโลก หรือ World Environment Day นั้นจัดทำขึ้นเพื่อให้เกิดความตื่นตัวในด้านวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมขึ้นทั่ว โลก จึงมีมติให้จัดประชุมใหญ่ที่กรุงสตอกโฮลม์ ระหว่างวันที่ 5-16 มิถุนายน พ.ศ. 2515 ที่มีรัฐบาลของสวีเดนเป็นเจ้าภาพ โดยเรียกการประชุมนี้ว่า "การประชุมสหประชาชาติเรื่องสิ่งแวดล้อมของมนุษย์" หรือ "UN Conference on the Human Environment" ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 1,200 คน จาก 113 ประเทศ รวมถึงมีผู้สังเกตการณ์อีกกว่า 1,500 คน จากหน่วยงานของรัฐ องค์การสหประชาชาติ และสื่อมวลชนแขนงต่างๆ

          ทั้ง นี้เพื่อร่วมกันหาหนทางแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ประเทศต่างๆ กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งผลจากการประชุมครั้งนั้นได้มีข้อตกลงร่วมกันหลายอย่าง เช่น การจัดตั้งโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP: United Nations Environment Programme) ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงไนโรบี ประเทศเคนยา และรัฐบาลประเทศต่างๆ ก็ได้รับข้อตกลงจากการประชุมคราวนั้น ไปจัดตั้งหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมขึ้นในประเทศของตน ดังนั้นเพื่อเป็นการระลึกถึงจุดเริ่มต้นของการร่วมมือ จากหลากหลายชาติในด้านสิ่งแวดล้อม องค์การสหประชาชาติจึงได้ประกาศให้วันที่ 5 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก

 


มาช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมกันนะครับ ^____^

วันพุธที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2556


ตรวจท่าทางอวัยวะ สูตรเช็คสุขภาพหน้ากระจก

ท่าทางที่ไม่ถูกต้อง อาจเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่เรามักมองข้าม แต่อาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ หากร่างกายสะสมความผิดปกติไว้ มารู้จัก การตรวจท่าทางอวัยวะในร่างกาย จากหนังสือ บุคลิกภาพดี ไม่มีโรค ของสำนักพิมพ์อมรินทร์ สุขภาพ ที่ทำได้ง่ายๆ แค่ยืนหน้ากระจกเท่านั้น.

1. ศีรษะ ต้องตั้งตรง มั่นคง คางไม่ยื่น ไม่เอียงหรือหมุนไปด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งท่าทางที่ผิดเพี้ยนเหล่านี้ มักเกิดจากความเคยชินตั้งแต่วัยเด็ก หากตรวจพบเร็วก็ยังสามารถแก้ไขได้ทัน.

2. แขนและไหล่ ควรอยู่ในท่าปล่อยแขนตามสบาย ฝ่ามือหันเข้าหาตัว ไม่เกร็งหรือกางออกมากจนเกินไป ส่วนไหล่ควรอยู่ในระดับเดียวกันและซ้อนกันสนิทพอดีเมื่อมองจากด้านข้าง ไม่เอียงมาข้างหน้าหรือข้างบน จนทำให้ไหล่ห่อมาด้านใดด้านหนึ่ง.

3. หน้าอก ควรยื่นออกมาข้างหน้าและยกขึ้นเล็กน้อย หากตรวจพบว่าหน้าอกยุบแฟบลง แสดงว่าหลังจะงุ้มลงด้วย แก้ไขได้ด้วยการออกกำลังกายบริหารช่วงทรวงอก และปรับบุคลลิกภาพให้อกผายไหล่ผึ่งเป็นนิสัย แต่ต้องระวังอย่าให้มากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นจะเกิดผลเสียคือ ทำให้หลังแอ่น ซึ่งนำมาสู่อาการปวดเมื่อยบ่อยๆ แทน.

4. สะโพก เมื่อมองทางด้านหน้า ระดับสะโพกควรตรงกัน และจะซ้อนกันพอดีเมื่อมองจากด้านข้าง ต้องไม่มีการหมุนของสะโพก และไม่มีข้างใดข้างหนึ่งสูงกว่า หากพบว่าผิดปกติให้รีบหาสาเหตุ และแก้ไขทันที.

5. กระดูกสันหลัง เมื่อมองทางด้านข้าง จะต้องเห็นส่วนโค้ง 4 โค้ง ตามธรรมชาติคือ โค้งมาข้างหน้า 2 โค้งที่คอและเอว โค้งไปข้างหลัง 2 โค้งคือ ที่หน้าอกและก้น หากมีส่วนใดโค้งมากกว่าปกติ จะทำให้ร่างกายเสียสมดุล และเป็นต้นเหตุของอาการปวดเมื่อย แก้ไขด้วยการออกกำลังกายตามส่วนที่ผิดปกติ.

6.ข้อเข่าและขา หากตรวจดูด้านข้าง เข่าจะต้องไม่เหยียดตรงเกินไป งอเล็กน้อยประมาณ 5 องศา เมื่อตรวจดูด้านหน้า ขาต้องอยู่ในแนวตรงและลูกสะบ้าหัวเข่าจะอยู่ด้านหน้า ไม่บิดเข้าหรือบิดออก หากพบว่าข้อเข่าชิดเข้าหากันหรือโก่งออกไป ต้องรีบแก้ไขโดยเร็ว เพราะเป็นความผิดปกติที่เอ็นและกระดูก ซึ่งอาจทำให้ข้อเข่าสึกและเสื่อม จนเสียสภาพได้.

มาส่องกระจกตรวจดูตนเอง ตรวจหาความผิดปกติกันสักนิด ก่อนจะสายเกินแก้.

วันจันทร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2556

วิธีปฏิบัติเพื่อสุขภาพจิตที่ดีตามแนวทางท่านพุทธทาส



กินให้ถูกวิธี อย่ากินเพื่อความเอร็ดอร่อย กินเท่าที่เหมาะสมเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้เป็นปกติ

พักผ่อนตามธรรมชาติ นอนหลับให้เป็นเวลา

สมาคมกับเพื่อนในทางที่ถูกต้อง ไม่ทำตามผู้ที่ประพฤติตัวเสื่อมเสีย

เล่นกีฬาเป็นธรรมะ เล่นกีฬาเพื่อผ่อนคลายไม่ใช่การพนัน

ฝึกฝนจิตเพื่อให้ชนะกิเลส ให้จิตฝ่ายสูงต่อสู้จิตฝ่ายต่ำจนจิตฝ่ายสูงชนะ



 
 
๙ สัญญาณเสี่ยงโรคซึมเศร้าตามฤดูกาล


หากสังเกตว่าตนเองมีอาการต่อไปนี้เป็นประจำในทุกฤดู และมีอาการมากกว่า ๕ ข้อ แสดงว่าคุณอาจเป็นคนหนึ่งที่เข้าข่ายเป็นโรคซึมเศร้าตามฤดูกาลค่ะ

๑. รู้สึกเศร้าติดต่อกันเกิน ๒ สัปดาห์

๒. กินอาหารไม่ได้หรือกินมากผิดปกติ

๓. นอนไม่หลับหรือนอนหลับมากผิดปกติ

๔. ความคิดความจำแย่ลงและเชื่องช้า

๕. คิดตำหนิตนเอง คิดว่าตนเองไร้ค่า

๖. ไม่มีความสุข หมดสนุกกับสิ่งที่เคยทำ

๗. กระสับกระส่ายหรือเชื่องช้าลง

๘. อ่อนเพลียง่ายหรือไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง

๙. คิดฆ่าตัวตาย